Twitter
Facebook
Google
Youtube
Rss

นมาซ

นมาซ
  • อิมามรูฮุลลอฮฺ อัลมูซาวี อัลโคมัยนี
  • 2017-06-24 13:06
  • พิมพ์
  • PDF
  • แชร์ให้เพื่อน ๆ โดยใช้ Facebook
  • แชร์ให้เพื่อน ๆ โดยทวิตเตอร์
  • แชร์ให้เพื่อน ๆ โดย G +
  • แชร์ให้เพื่อน ๆ โดย Whatsapp
  • จำนวนผู้เข้าชม 499
  • จำนวนความเห็น 0
  • -
    +

เสื้อผ้าของผู้นะมาซ
หนึ่งในปัญหาสำคัญก่อนเริ่มนะมาซ ที่จำเป็นต้องกล่าวถึงคือ เสื้อผ้าและเงื่อนไข
ขนาดที่ต้องปกปิด
๑.ถ้าเป็นชายต้องปกปิดอวัยวะพึงสงวน และเป็นการดีให้ปิดตั้งแต่สะดือจนถึงหัวเข่า
๒.ถ้าเป็นหญิงต้องปกปิดทั้งร่างกาย ยกเว้นบางส่วน เช่น
- ใบหน้า เฉพาะส่วนที่ล้างทำวุฎูอฺ
- มือทั้งสองจนถึงข้อมือ
- เท้าทั้งสองจนถึงข้อเท้า
๓. การปกปิดมือ เท้า และใบหน้าของผู้หญิงให้มิดชิดนอกเวลานะมาซดังที่กล่าวไปแล้ว ในนะมาซไม่เป็นวาญิบ ถึงแม้ว่าจะปิดให้มิดชิดเช่นนั้นไม่เป็นไรก็ตาม[14]
๔.เสื้อผ้าที่สวมใส่นะมาซต้องอยู่มีเงื่อนไขดังนี้
- ต้องสะอาดปราศจากนะยิซ
- ต้องได้รับอนุญาต ไม่ใช่ขโมยมา
- ต้องไม่ทำมาจากซากสัตว์ที่ตายโดยมิได้เชือดตามศาสนบัญญติ ถึงแม้ว่าจะเป็นหมวกหรือเข็มขัดก็ตาม
- ต้องไม่ทำมาจากสัตว์ที่เนื้อฮะรอม เช่นทำจากหนังเสือ งู หมู และอื่น ๆ ที่อยู่ในประเภทเดียวกัน
- ถ้าผู้นะมาซเป็นชาย เสื้อผ้าต้องไม่ใช่ผ้าตาดทอง หรือผ้าไหมบริสุทธิ์
๕. เสื้อผ้าของผู้นะมาซทำมาจากอวัยวะของสัตว์ที่เนื้อฮะรอม ถึงแม้ว่าจะเป็นอวัยวะที่ไม่มีชีวิต เช่น ขน ผม ถ้านะมาซกับเสื้อผ้าดังกล่าวบาฏิล
๖.นอกจากเสื้อผ้าของผู้นะมาซแล้ว ต้องไม่สวมใส่ข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ ที่ทำมาจากสัตว์ที่เนื้อฮะรอม ด้วยเหตุนี้ ถ้าสายนาฬิกาข้อมือ เข็มขัด กระดุมและอื่น ๆ ทำมาจากสัตว์ที่เนื้อฮะรอม นะมาซบาฏิล
๗. ถ้าใส่เสื้อผ้าที่ทำมาจากขน หรือผมของสัตว์ที่เนื้อฮะลาล นะมาซถูกต้อง เนื่องจากไม่เป็นนะยิซ ไม่ใช่อวัยวะส่วนที่มีชีวิตของซากสัตว์ และไม่ใช่สัตว์ที่เนื้อฮะรอม[15]
๘.เสื้อผ้าที่นำเข้ามาจากประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม ถ้าทำมาจากอวัยวะส่วนที่มีชีวิตของสัตว์ และนะมาซกับเสื้อผ้านั้นนะมาซบาฏิล เว้นเสียแต่ได้เชือดตามหลักการอิสลาม
๙.หากส่วนหนึ่งของเสื้อผ้าแม้ว่าจะเป็นส่วนที่เล็กที่สุด ทำมาจากซากสัตว์ ถ้านะมาซกับเสื้อนั้น นะมาซบาฏิล[16]
๑๐.ข้าวของเครื่องใช้ที่ทำมาจากอวัยวะส่วนที่มีชีวิตของซากสัตว์ แม้ว่าจะไม่ใช่เสื้อผ้า อิฮฺติยาฏวาญิบต้องไม่ใส่ทำนะมาซ[17]
๑๑.ถ้าสงสัยว่าเสื้อผ้าทำมาจากสัตว์ที่เนื้อฮะลาลหรือฮะรอม มาจากประเทศมุสลิม หรือไม่ใช่มุสลิม และนะมาซกับเสื้อผ้านั้นไม่เป็นไร[18]
๑๒.ถ้านะมาซกับเสื้อผ้าที่ทำมาจากอวัยวะของสัตว์ที่เนื้อฮะรอม เนื่องลืมหลังจากนั้นนึกได้ เป็นอิฮฺติยาฏวาญิบ ให้ทำนะมาซใหม่อีกครั้ง[19]
และนอกจากเสื้อผ้าแล้ว ร่างกายของผู้นะมาซต้องสะอาดปราศจากนะยิซ
สภาพดังต่อไปนี้นะมาซด้วยร่างกาย และเสื้อผ้าเปื้อนนะยิซ บาฏิล
๑.ตั้งใจนะมาซ ขณะที่ร่างกายและเสื้อผ้าเปื้อนนะยิซ หมายถึงรู้ว่าทั้งสองเปื้นนะยิซแต่เจตานาที่จะทำเช่นนั้น[20]
๒.ไม่ศึกษาปัญหา และด้วยเหตุที่ไม่รู้จึงได้นะมาซขณะที่ร่างกาย และเสื้อผ้าเปื้อนนะยิซ[21]
๓.รู้ว่าร่างกายและเสื้อผ้าเปื้อนนะยิซ แต่ขณะนะมาซลืมและได้สวมใส่เสื้อผ้าดังกล่าวนะมาซ[22]

สภาพดังต่อไปนี้นะมาซด้วยร่างกาย และเสื้อผ้าเปื้อนนะยิซ นะมาซถูกต้อง
๑.ถ้าไม่รู้ว่าร่างกายหรือเสื้อผ้าเปื้นนะยิซ และได้รู้หลังจากนะมาซเสร็จแล้ว[23]
๒.เนื่องจากบาดแผลบนร่างกาย ได้ทำร่างกายและเสื้อผ้าเปื้อนนะยิซ ซึ่งการทำความสะอาดหรือการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเรื่องยุ่งยากและลำบาก[24]
๓.ร่างกายหรือเสื้อผ้าของผู้นะมาซเปื้อนเลือด แต่มีขนาดเล็กกว่าเหรียญดิรฮัม (ขนาดเท่าเล็บหัวแม่มือโดยประมาณ -ผู้แปล)
๔.มีความจำเป็นต้องนะมาซกับเสื้อผ้า หรือ ร่างกายที่เปื้อนนะยิซ เช่น ไม่มีน้ำล้าง
หมายเหตุ ๑.ถ้าผ้าชิ้นเล็ก ๆ ของผู้นะมาซ เช่น ถุงมือ ถุงเท้า และอื่น ๆ เปื้อนนะยิซ หรือผ้าเช็ดหน้าเปื้อนนะยิซอยู่ในกระเป๋า ถ้าไม่ได้ทำมาจากอวัยวะของสัตว์ที่เนื้อฮะรอมหรือซากสัตว์ ไม่เป็นไร[25]
๒. ให้สวมใส่ อะบา (เสื้อคลุม) เสื้อผ้าสีขาว เสื้อผ้าที่สะอาดที่สุด ใส่น้ำหอม และสวมแหวนอะกีก (หินโมรา) เวลานมาซ เป็นมุซตะฮับ
๓.ใส่เสื้อผ้าสีดำ เสื้อผ้าตัวเล็กและคับกว่าตัว เสื้อผ้าที่มีรูปภาพต่าง ๆ ปลดกระดุมเสื้อขณะนะมาซ เป็นมักรูฮฺ

สถานที่นะมาซ
สถานที่นะมาซต้องมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
๑.ต้องได้รับอนุญาต (ไม่ใช่ขโมยมา)
๒.ต้องไม่เคลื่อนไหว (เช่นรถโดยสารขณะที่แล่น)
๓.ต้องไม่แคบหรือมีหลังคาเตี้ย เพื่อจะได้ยืน รุกุอฺ และซุญูดได้สะดวกและถูกต้อง
๔.บริเวณที่ลงซัจญ์ดะฮฺต้องสะอาดปราศจากนะยิซ
๕. บริเวณที่ลงซัจญ์ดะฮฺ ต้องไม่สูงหรือต่ำกว่าพื้นที่ ๆ คุกเข่า เกินกว่า ๔ นิ้วมือเรียงติดกัน และเป็นอิฮฺติยาฏวาญิบ บริเวณที่ปลายนิ้วหัวแม่เท้าจรดพื้นด้วย
๖.สถานที่นะมาซถ้านะยิซ ต้องไม่เปียกถึงขั้นที่ว่าซึมสู่เสื้อผ้าหรือร่างกายได้[26]

เงื่อนไขสถานที่นะมาซ
๑.นะมาซบนสถานที่ขโมย (เช่น ในบ้านที่เข้าไปโดยเจ้าของไม่ได้อนุญาต) บาฏิล[27]
๒.กรณีจำเป็น ถ้านะมาซบนสิ่งที่เคลื่อน เช่น รถไฟ หรือเครื่องบิน ในสถานที่มีหลังคาเตี้ย สถานที่คับแคบ หรือบนพื้นที่ไม่เท่ากัน ไม่เป็นไร[28]
๓.เงื่อนไขประการหนึ่งของสถานที่นะมาซคือ ต้องไม่เคลื่อนไหว ดังนั้น ถ้านะมาซบนเครื่องบิน บนเรือ บนรถไป หรือบนรถโดยสารขณะที่แล่นอยู่ ถ้าสั่นมากจนทำให้ร่างกายสั่นไปด้วย ไม่ถูกต้อง แต่ถ้าจำเป็นต้องนะมาซในสภาพเช่นนั้น เช่น ถ้ารอจนกว่ารถจะจอดแล้วค่อยนะมาซ เวลานะมาซจะหมดและต้องเกาะฎอ (ชดใช้) ดังนั้น ให้นะมาซ แต่จำเป็นต้องรักษาเงื่อนไขอื่น ๆ ของนะมาซเท่าที่สามารถทำได้ หมายถึงให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้ - ต้องทำวุฏูอฺแต่ถ้าไม่สามารถทำได้ให้ตะยัมมุม และถ้าทำตะยัมมุมไม่ได้ เป็นอิฮฺติยาฏมุซตะฮับให้นะมาซไปเช่นนั้น และให้เกาะฎอภายหลัง*
*ท่านอายะตุลลอฮฺอะลีคอเมเนอี เป็นอิฮฺติยาฏวาญิบ
-ถ้าเป็นไปได้ให้ยืนนะมาซ ถ้ายืนไม่ได้ให้นั่ง
- ต้องรักษาทิศกิบละฮฺ ดังนั้น ถ้าพาหนะโดยสารได้หันออกจากกิบละฮฺ ผู้นะมาซต้องหันกลับไปทางกิบละฮฺทันที
-การซัจญ์ดะฮฺบนกระดาษถูกต้อง กรณีที่ไม่มีดินหรือหิน เพื่อซัจญ์ดะฮฺ
-ถ้าไม่สามารถรักษาเงื่อนไขบางส่วนของนะมาซไว้ได้ ให้นะมาซด้วยวิธีใดก็ได้ที่สามารถทำได้[29]
๔.ต้องเป็นสถานที่ ๆ ได้รับอนุญาต ซึ่งผู้นะมาซต้องรู้ว่าสถานทีขโมยนั้นเป็นอย่างไร ดังนั้น สถานที่ ๆ ไม่รู้ว่าขโมยหรือเปล่า ถ้านะมาซบนนั้นไม่เป็นไร[30]
๕.ถ้านะมาซบนสถานที่ ๆ ไม่รู้ว่าขโมย แต่หลังจากนะมาซได้รู้ นะมาซถูกต้อง
๖.ถ้าจำเป็นต้องนะมาซบนสถานที่ขโมย ไม่เป็นไร
๗.ต้องรักษามารยาทขณะนะมาซ ดังนั้น ต้องไม่นะมาซข้างหน้าหลุมฝังศพของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และบรรดาอิมาม (อ.)[31]
๘.เป็นมุซตะฮับ ให้นะมาซในมัสญิด ซึ่งอิสลามได้แนะนำ และกำชับไว้อย่างมาก[32]

เงื่อนไขของมัสญิด
การกระทำเกี่ยวกับมัสญิดต่อไปนี้เป็นฮะรอม
๑.การประดับประดามัสยิดด้วยทองคำ (เป็นอิฮฺติยาฏวาญิบ)
๒.ขายมัสยิด ถึงแม้ว่าจะผุพังแล้วก็ตาม
๓.ทำให้มัสยิดนะยิซ ดังนั้น ถ้านะยิซจำเป็นต้องรีบทำความสะอาดทันที
๔.การนำเอาดิน และทรายของมัสยิดออกไป เว้นเสียแต่ว่าดินมีมาก

การกระทำเกี่ยวกับมัสญิดต่อไปนี้เป็นมุซตะฮับ
๑.ไปมัสญิดก่อนคนอื่นและออกจากมัสญิดเป็นคนสุดท้าย
๒.เปิดไฟในมัสยิด
๓.ทำความสะอาดมัสยิด
๔.ก้าวเท้าขวาเข้ามัสยิด ส่วนเวลาออกให้ก้าวเท้าซ้ายออกก่อน
๕.นะมาซ มุซตะฮับตะฮียะตุลมัสญด ๒ เราะกะอัต
๖. สวมใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุด และใส่น้ำหอมเมื่อไปมัสญิด

การกระทำเกี่ยวกับมัสญิดต่อไปนี้เป็นมักรูฮฺ
๑. สร้างหอสูงกว่าหลังคามัสญิด
๒.ผ่านมัสญิด ในฐานะที่เป็นทางผ่านโดยไม่ได้เข้าไปนะมาซ
๓.ถ่มน้ำลาย หรือสั่งน้ำมูกในมัสญิด
๔.นอนในมัสญิด เว้นเสียแต่ว่าจำเป็น
๕.ตะโกนส่งเสียงดังในมัสญิด ยกเว้นอะซาน
๖. ซื้อขายสิ่งของในมัสญิด
๗.พูดคุยเรื่องทางโลกในมัสญิด
๘. ไปมัสญิด ทั้งที่ปากมีกลิ่นเหม็นหัวหอม และกระเทียมสร้าความรำคาญให้คนอื่น[33]
๙. บ้านอยู่ติดกับมัสญิด และไม่มีอุปสรรคใด ๆ ทั้งสิ้น แต่นะมาซที่อื่นที่ไม่ใช่มัสญิด
๑๐ เป็นมุซตะฮับ ให้ปฏิบัติกับคนที่ไม่เข้ามัสญิด เช่น อย่ารับประทานอาหารร่วมกับเขา อย่าให้คำปรึกษา และอย่าปรึกษาการงานกับเขา อย่าเป็นเพื่อนบ้านกับเขา อย่างแต่งงานกับคนในตระกูลของเขา และอย่ายกลูกสาวให้แต่งงานกับเขา[34]

การอะซานและอิกอมะฮฺ
๑.เป็นมุซตะฮับสำหรับผู้นะมาซทุกคนก่อนที่จะนะมาซวาญิบประจำวัน ให้อะซาน อิกอมะฮฺ และหลังจากนั้นจึงเริ่มนะมาซ คำกล่าวอะซานและอิกอมะฮฺดังนี้
อะซาน
ให้กล่าว อัลลอฮุอักบัร ๔ ครั้ง
อัชฮะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ๒ ครั้ง
อัชฮะดุอันนะมุอัมมะดัรเราะซูลุลลอฮฺ ๒ ครั้ง
อัชฮะดุอันนะอะลียันวะลียุลลอฮฺ ๒ ครั้ง
ฮัยยะอะลัซเซาะลาฮฺ ๒ ครั้ง
ฮัยยะอะลัลฟะลาฮฺ ๒ ครั้ง
ฮัยยะอะลาค็อยริลอะมัล ๒ ครั้ง
อัลลอฮุอักบัร ๒ ครั้ง
ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ๒ ครั้ง

คำกล่าวอิกอมะฮ.
อัลลอฮุอักบัร ๒ ครั้ง
อัชฮะดุอันลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ๒ ครั้ง
อัชฮะดุอันนะมุอัมมะดัรเราะซูลุลลอฮฺ ๒ ครั้ง
อัชฮะดุอันนะอะลียันวะลียุลลอฮฺ ๒ ครั้ง
ฮัยยะอะลัซเซาะลาฮฺ ๒ ครั้ง
ฮัยยะอะลัลฟะลาฮฺ ๒ ครั้ง
ฮัยยะอะลาค็อยริลอะมัล ๒ ครั้ง
กัตกอมะติซเซาะลาฮฺ ๒ ครั้ง
อัลลอฮุอักบัร ๒ ครั้ง
ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ ๑ ครั้ง
๒.ประโยค อัชฮะดุอันนะอะลียัน วะลียุลลอฮฺ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอะซานและอิกอมะฮฺ แต่เป็นสิ่งมุซตะฮับหากได้กล่าวในอะซานและอิกอมะฮฺ
๓.อะซานและอิกอมะฮฺต้องกล่าวหลังจากได้เข้าเวลานะมาซแล้ว ถ้ากล่าวก่อนเวลาถือว่าบาฏิล[35]
๔.อิกอมะฮฺต้องกล่าวหลังจากอะซาน ถ้ากล่าวก่อนอะซานถือว่าไม่ถูกต้อง
๕.ถ้ามีผู้กล่าวอะซานและอิกอมะฮฺในนะมาซญะมาอะฮฺแล้ว ผู้ที่เข้าร่วมญะมาอะฮฺไม่จำเป็นต้องกล่าวอีก
๖.ระหว่างประโยคของอะซาน และอิกอมะฮฺต้องไม่ทิ้งช่วงให้ห่างจนเกินไป มิเช่นนั้นต้องกล่าวใหม่ตั้งแต่ต้น[36]
๗.นะมาซมุซตะฮับต่าง ๆ ไม่มีอะซานและอิกอมะฮฺ
๘.เป็นมุซตะฮับให้อะซานทางหูขวา และกล่าวอิกอมะฮฺทางหูซ้ายแก่ทารกที่เพิ่งคลอดออกมา
๙.เป็นมุซตะฮับให้เลือกคนที่มีความยุติธรรม รู้จักเวลา และเสียงดังทำหน้าที่ อะซาน

[14] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ ๗๘๙
[15] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ ๘๒๓
[16] เล่มเดิม ข้อที่ ๘๒๑
[17] เล่มเดิม ข้อที่ ๘๒๒
[18] เล่มเดิม ข้อที่ ๘๔๗
[19] เล่มเดิม
[20] เล่มเดิม ข้อที่ ๗๙๙
[21] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ ๘๐๐
[22] เล่มเดิม ข้อที่ ๘๐๓
[23] เล่มเดิม ข้อที่ ๘๐๒
[24] เล่มเดิม ข้อที่ ๘๔๘
[25] เล่มเดิม
[26] เตาฎีฮุลมะซาอิล หมวดสถานที่นะมาซ
[27] เล่มเดิม ข้อที่ ๘๖๖
[28] เล่มเดิม ข้อที่ ๘๘๐
[29] ตะฮฺรีรุลวะซีละฮฺ เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๑๐๘ ข้อที่ ๗, หน้าที่ ๑๕๑ ข้อที่ ๑๕
[30] เล่มเดิม หน้าที่ ๑๔๗ ข้อที่ ๑, เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ ๘๗๐
[31] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ ๘๘๔
[32] เล่มเดิม ข้อที่ ๘๙๓
[33] อัลอุรวะตุลวุซกอ เล่มที่ ๑ หน้าที่ ๔๕๕, ๔๕๖
[34] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ ๘๙๖,๘๙๗
[35] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ ๙๓๕
[36] เตาฎีฮุลมะซาอิล ข้อที่ ๙๒๐

 

ความคิดเห็น

ผู้ชมมากที่สุด


ความคิดเห็นมากที่สุด

สงวนลิขสิทธิ์
www.haditv.com | Powerd by : Dijlah