Twitter
Facebook
Google
Youtube
Rss

สิ่งที่สามารถทำความสะอาดนะยิซได้

สิ่งที่สามารถทำความสะอาดนะยิซได้
  • อิมามรูฮุลลอฮฺ อัลมูซาวี อัลโคมัยนี
  • 2016-06-30 12:06
  • พิมพ์
  • PDF
  • แชร์ให้เพื่อน ๆ โดยใช้ Facebook
  • แชร์ให้เพื่อน ๆ โดยทวิตเตอร์
  • แชร์ให้เพื่อน ๆ โดย G +
  • แชร์ให้เพื่อน ๆ โดย Whatsapp
  • จำนวนผู้เข้าชม 1376
  • จำนวนความเห็น 0
  • -
    +

สิ่งที่สะอาดเป็นนะยิซได้อย่างไร

ทุกสิ่งบนโลกนี้สะอาดตามศาสนบัญญัติ ยกเว้น ๑๑ ชนิดเท่านั้น   แต่ในบางครั้งสิ่งที่สะอาดอาจจะเปลี่ยนเป็นนะยิซได้ ถ้าหากไปโดนสิ่งที่นะยิซในสภาพที่ทั้งสองเปียก หรืออย่างหนึ่งอย่างใดเปียก

สิ่งเหล่านี้อยู่ในกฎเกณฑ์ ของสิ่งที่สะอาด

. ไม่รู้ว่าสิ่งที่สะอาดได้โดนกับสิ่งที่เป็นนะยิซแล้วหรือไม่

.ไม่รู้ว่าความเปียกชื้นของนะยิซได้โดน สิ่งของที่สะอาดแล้วหรือยัง

.ไม่รู้ว่ามีสิ่งที่สะอาดไปโดนนะยิซตอนเปียกหรือไม่

.หากไม่แน่ใจว่าสิ่งของที่สะอาดเป็นนะยิซแล้วหรือยัง ถือว่าสิ่งนั้นยังสะอาดอยู่  ไม่จำเป็นต้องไปสืบหรือพิสูจน์เพื่อให้แน่ใจ ถึงแม้ว่าจะทำได้ก็ตาม

.การรับประทานสิ่งที่เป็นนะยิซฮะรอม (ไม่อนุญาต)

.หากเห็นว่าบุคคลหนึ่งกำลังรับประทานที่เป็นนะยิซ หรือสวมเสื้อผ้าที่เปื้อนนะยิซนะมาซ ไม่เป็นวาญิบต้องบอกหรือตักเตือนให้เขาทราบแต่อย่างใด

ตัวอย่างต่อไปนี้ อยู่ในกฎเกณฑ์ของสิ่งที่สะอาดและไม่จำเป็นต้องตรวจสอบ หรือถามไถ่เพื่อความแน่ใจ และไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงออกจากสิ่งเหล่านั้น เพราะจัดอยู่ในประเภทสิ่งของที่สะอาดตามบทบัญญัติของศาสนา เช่น

.ของใช้ต่าง ๆ ในโรงแรมที่ไม่ใช่มุสลิม เช่น ภาชนะ ผ้าเช็ดตัว ห้องน้ำ ห้องส้วมสบู่ เตียงนอน และอื่น ๆ หากมั่นใจว่ากาฟิรไม่ได้สัมผัสถึงของเหล่านั้นในขณะมีความเปียกชื้น และไม่สามารถพิสูจน์นะยิซของสิ่งเหล่าด้วยวิธีทางอื่นได้ ไม่เป็นไร

.เครื่องใช้ต่าง ๆ ในบ้านเช่า หรือบ้านที่ซื้อมา ซึ่งก่อนหน้านั้นกาฟิรเคยอาศัยอยู่   ดังนั้น ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่อยู่ในบ้านหากไม่มั่นใจว่าเป็นนะยิซ ถือว่าสะอาด

.เก้าอื้รถประจำทาง หรือแท็กซี่ในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิมหากได้ขึ้นรถโดยสารในขณะที่ร่างกายเปียกชื้น แต่ไม่มั่นใจว่าเก้าอี้เป็นนะยิซ ไม่เป็นไร

.การใช้ช้อน ถ้วยจาน แก้วน้ำ และของใช้อื่นๆ ในร้านอาหารที่ไม่มั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นนะยิซ ไม่เป็นไร

.เครื่องอุปโภคและบริโภคต่าง ๆ ที่ผลิตในประเทศที่ไม่ใช่มุสลิม เช่น น้ำตาล ช็อกโกแลตและอื่น ๆ ถ้ามั่นใจว่ากาฟิรไม่ได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นโดยตรง และไม่มั่นใจว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นนะยิซ ไม่เป็นไร

. เครื่องดื่มต่าง ๆ ที่ไม่ฮะรอม ถ้าไม่รู้ว่าไปโดนกับกาฟิรแล้วหรือยัง ถือว่าสะอาด

.พืชผักผลไม้ ซึ่งคนขายเป็นการฟิร แต่ไม่มั่นใจถึงการเป็นนะยิซของสิ่งเหล่านั้นถือว่าสะอาด

.น้ำมันพืชที่ใช้ปรุงอาหาร หากไม่มั่นใจว่าเป็นนะยิซ ไม่เป็นไร ตลอดจนการซักเสื้อผ้าที่ร้านซักแห้งทั่วไป  ที่ไม่ใช่ร้านมุสลิมหากไม่มั่นใจว่าเป็นนะยิซ ไม่เป็นไร

.การจับมือกาฟิร ขณะที่มือไม่เปียกไม่เป็นนะยิซ

มุเตาะฮิรอต  ( مطهرات )

และพระองค์ทรงส่งน้ำฝนมายังพวกเจ้าทั้งหลายาจากฟากฟ้าเพื่อทรงชำระพวกเจ้าให้สะอาดด้วยมัน และเพื่อทรงขจัดมลทินและเพทุบายของมารร้ายออกจากพวกเจ้า  (อัล-อันฟาล/๑๑ )

มุเตาะฮิรอต (สิ่งที่สามารถทำความสะอาดนะยิซได้) มีดังนี้

.น้ำ

.พื้นดิน

.แสงแดด

.การยอมรับอิสลาม

.การถูกขจัดไปของนะยิซ

.การตาม (คือ สิ่งที่เปื้อนนะยิซสะอาดด้วยความสะอาดของอีกสิ่งหนึ่ง)

.การแปรสภาพ   เช่น การเปลี่ยนเป็นดินของซากสัตว์ที่เป็นนะยิซ

.การโยกย้าย (อินติกอล )

.การกักขังสัตว์ที่กินนะยิซ (อิสติบรออฺ)

๑๐.การหายตัวไปของมุสลิม

กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของน้ำ

น้ำ สามารถใช้ชำระล้างสิ่งโสโครก (นะยิซ) ให้สะอาดได้ แต่ไม่ใช่น้ำทุกประเภท เพราะน้ำถูกแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทกล่าวคือน้ำบริสุทธิ์กับน้ำผสม น้ำบริสุทธิ์ใช้ทำความสะอาดนะยิซได้ ส่วนน้ำผสมทำความสะอาดนะยิซไม่ได้ 

ประเภทของน้ำ

. น้ำผสม (มุดอฟ)  หมายถึงน้ำที่มีสิ่งอื่นเจือปน เช่น น้ำผลไม้ น้ำหวานและน้ำอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน น้ำผสมตราบเท่าที่ยังไม่ได้โดนนะยิส ถือว่าสะอาดแต่ไม่สามารถชำระล้างนะยิส หรือใช้ทำวุฎูอฺ หรือฆุซลฺได้ น้ำผสมมีกฎเกณฑ์ที่เฉพาะดังต่อไปนี้

.๑  น้ำผสมไม่สามารใช้ชำระล้างสิ่งสกโสโครก (นะยิซ) ได้

.๒ น้ำผสมจะกลายเป็นนะยิซทันทีเมื่อมีนะยิซไปโดน ถึงแม้ว่านะยิซจะมีจำนวนเล็กน้อยก็ตาม โดยไม่จำเป็นว่าสี  กลิ่น หรือ รสอย่างใดอย่างหนึ่งจะเปลี่ยนไป   แต่มีข้อยกเว้นว่า ถ้าหากน้ำได้ไหลจากข้างบนลงสู่ข้างล่าง หรือพุ่งจากข้างล่างขึ้นสู่ข้างบน ถือว่าเฉพาะส่วนที่โดนกับนะยิซเท่านั้นเป็นนะยิซ

.๓ ไม่สามารถใช้ทำวุฎูอฺและฆุซลฺได้

. น้ำบริสุทธิ์  ( มุฏลัก ) หมายถึงน้ำที่มิได้มีสิ่งใดเจือปน  น้ำบริสุทธิ์มีหลายประเภทกล่าวคือ

.๑ น้ำบ่อ ( น้ำบาดาล )

.๒ น้ำจากตาน้ำ   

.๓ น้ำฝน

.๔ น้ำที่มีปริมาตร ๑ กุร*หรือมากกว่านั้น ซึ่งเรียกว่า น้ำมาก  ปริมาตรของน้ำกุร ประมาณ ๓๗๗.๔๑๙ กิโลกรัม หรือ ๓๘๔ ลิตร หรือมีปริมาตรเท่ากับ ๔๒.๘๗๕ หรือบรรจุอยู่ในภาชนะที่มีความกว้าง ยาว และสูง ๓.๕ คืบ

*อายะตุลลอฮฺ อะลีคอเมเนอี  ประมาณ ๓๘๔ ลิตร

.๕ น้ำน้อย หมายถึงน้ำที่มีปริมาตรไม่ถึง ๑ กุร

กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของน้ำน้อย

.ถ้าสิ่งที่เป็นนะยิซได้ไปโดนน้ำน้อย น้ำนั้นจะกลายเป็นนะยิซทันที  (โดยไม่มีความแตกต่างว่ามันได้โดนกับนะยิซหรือนะยิซได้ตกลงในมัน)

.ถ้าน้ำกุร (น้ำมาก) หรือน้ำไหลได้เชื่อมต่อกับน้ำน้อยที่เป็นนะยิซ ถือว่าน้ำน้อยนั้นสะอาดทันที เช่น นำภาชนะใส่น้ำน้อยที่เป็นนะยิซไปวางไว้ใต้ก๊อกน้ำที่เชื่อมต่อกับน้ำกุร และเมื่อเปิดน้ำลงไปในภาชนะนั้น น้ำน้อยที่เป็นนะยิซจะสะอาดทันที โดยมีเงื่อนไขว่า สี กลิ่นหรือรส ของนะยิซต้องไม่หลงเหลืออยู่

น้ำกุร  น้ำไหล และน้ำบ่อ

.น้ำบริสุทธิ์ทั้งหลาย (ยกเว้นน้ำน้อย) หากมีนะยิซไปโดนหรือตกลงไปนมัน โดยที่ สี กลิ่น หรือรสของน้ำอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้เปลี่ยนไป ถือว่าสะอาด แต่ถ้ามีอย่างใดอย่างหนึ่งเปลี่ยนไปถือว่าน้ำนั้นเป็นนะยิซทันที (ฉะนั้น น้ำกุร น้ำไหล น้ำบ่อ แม้กระทั้งน้ำฝนก็รวมอยู่ในกฎเดียวกัน)

.น้ำประปาที่เชื่อมต่อกับน้ำที่มีปริมาตรกุร จะอยู่ในกฎของน้ำกุร

คุณลักษณะและกฎเกณฑ์บางอย่างของน้ำฝน

.ขณะที่ฝนกำลังตกและน้ำได้รวมตัวกันในที่ ๆ หนึ่งซึ่งได้ไหลผ่านสิ่งที่เป็นนะยิซไม่ถือว่าน้ำเป็นสิ่งนะยิซ ตราบที่สี กลิ่นหรือรส อย่างใดอย่างหนึ่งมิได้เปลี่ยนไป

.ฝนตกเพียงครั้งเดียวบนสิ่งที่เปื้อนนะยิซ สามารถชำระนะยิซให้สะอาดได้ ถ้าหากว่าสิ่งนั้นไม่ใช่อัยนุลนิญาซะฮฺ

.หากน้ำฝนได้ตกลงบนพรม หรือ เสื้อผ้าที่เปื้อนนะยิซ จะทำให้สะอาด โดยไม่จำเป็นต้องบิดแต่อย่างใด

.พื้นดินที่นะยิซ จะสะอาดได้ด้วยฝนที่ตกลงมาและทำให้นะยิซนั้นสลายตัวไป

กฎเกณฑ์ความสงสัยเกี่ยวกับน้ำ

.หากสงสัยว่าน้ำมีปริมาตรกุรรือไม่ และน้ำนั้นไปโดนกับนะยิซหรือเปล่า ถือว่าสะอาด แต่น้ำนั้นจะไม่จัดอยู่ในกฎของน้ำกุร (ไม่สามารถทำความสะอาดนะยิสได้)

. ถ้าสงสัยว่าน้ำกุร ได้เปลี่ยนเป็นน้ำน้อยแล้วหรือยัง ถือว่ายังเป็นน้ำกุรอยู่

.น้ำที่ไม่แน่ใจว่า สะอาด หรือเป็นนะยิซ ถือว่าสะอาด

.ถ้าสงสัยว่าน้ำสะอาด ได้กลายเป็นน้ำนะยิซหรือยัง ถือว่าสะอาด

.ถ้าสงสัยว่าน้ำบริสุทธิ์ได้กลายเป็นน้ำผสมไปแล้วหรือไม่ ถือว่าเป็นน้ำบริสุทธิ์           

น้ำสามารถชำระล้างสิ่งที่เป็นนะยิซให้สะอาดได้อย่างไร

น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมวลมนุษย์ และยังช่วยชำระล้างสิ่งโสโครก  (นะยิซ)     ให้สะอาดได้อีก  หากทำไปตามกฎเกณฑ์  ดังต่อไปนี้

วิธีการชำระสิ่งของต่าง ๆ ที่เปื้อนนะยิซ ด้วยน้ำ มีวีการดังต่อไปนี้

สิ่งที่เปื้อนนะยิซ (มุตะนะญิซ) เป็นภาชนะ

.ถ้าภาชนะเปื้อนนะยิซอื่นนอกเหนือจากสุรา หรือสุนัขหรือสุกรเลียภาชนะนั้น ให้ล้างด้วยน้ำ กุร หนึ่งครั้ง หรือล้างด้วยน้ำน้อย ๓ ครั้ง 

.ภาชนะเปื้อนสุรา จำเป็นต้องทำความสะอาดด้วยน้ำน้อย ๓ ครั้ง (แต่ดีกว่าให้ล้าง ๗ ครั้ง) และล้าง ๑ ครั้งในน้ำกุร หรือน้ำไหล

.ภาชนะถูกสุนัขเลีย ให้ทำความสะอาดดังนี้ กล่าวคือ อันดับแรก ให้ใช้ดินทาภาชนะให้ทั่วก่อน หลังจากนั้นจึงล้างดินออกด้วยน้ำ ถ้าเป็นน้ำน้อย เป็นอิฮฺติยาฏวาญิบให้ล้าง ๒ ครั้ง และถ้าเป็นน้ำกุร หรือน้ำไหล เป็นอิฮฺติยาฏวาญิบ เช่นกันให้ล้าง ๒ ครั้ง

.ถ้าภาชนะถูกสุกรเลีย ให้ทำความสะอาดดังนี้ กล่าวคือ อันดับแรก เป็นอิฮฺติยาฏมุซตะฮับบ ให้ล้างดัวยน้ำดิน หลังจากนั้นจึงล้างดินด้วยน้ำ  ถ้าเป็นน้ำน้อยต้องล้าง ๗ ครั้ง และเป็นอิฮฺติยาฏวาญิบ ถ้าเป็นน้ำกุรหรือน้ำไหลให้ล้าง ๗ ครั้งเช่นกัน

เงื่อนไขการทำความสะอาดภาชนะ

๑. ภาชนะนะยิซ เนื่องจากสุนัขเลีย หรือกินอาหารจากภาชนะนนั้น

ถ้าล้างด้วยน้ำน้อย อิฮฺติยาฏวาญิบ ให้ล้าง 2 ครั้ง แต่ก่อนล้างให้เอาฝุ่นดินทาก่อน

ถ้าล้างด้วยน้ำไหล หรือน้ำมีปริมาตรกุร อิฮฺติยาฎวาญิบ ให้ล้าง ๒ ครั้ง แต่ก่อนล้างให้เอาฝุ่นดินทาก่อน

๒. ภาชนะนะยิซ เนื่องจากสุกรเลีย หรือกินอาหารจากภาชนะนนั้น

ถ้าล้างด้วยน้ำน้อย อิฮฺติยาฏวาญิบ ให้ล้าง ๗ ครั้ง แต่ก่อนล้าง อิฮฺติยาฏมุสตะฮับ ให้เอาฝุ่นดินทาก่อน

ถ้าล้างด้วยน้ำไหล หรือน้ำมีปริมาตรกุร อิฮฺติยาฎวาญิบให้ล้าง ๗ ครั้ง แต่ก่อนล้าง อิฮฺติยาฏมุสตะฮับ ให้เอาฝุ่นดินทาก่อน

๓.ภาชนะนะยิซ เนื่องจากเปื้อนสุรา

ถ้าล้างด้วยน้ำน้อย ให้ล้าง ๓ ครั้ง แต่ดีกว่าให้ล้าง ๗ ครั้ง

ถ้าล้างด้วยน้ำไหล หรือน้ำมีปริมาตรกุร ให้ล้าง ๑ ครั้ง

สิ่งที่เปื้อนนะยิซไม่ใช่ภาชนะ

. ถ้าเปื้อนปัสสาวะจำเป็นต้องล้างด้วยน้ำกุร ๑ ครั้ง หรือด้วยน้ำน้ำน้อย  ๒ ครั้ง

.ถ้าเปื้อนสิ่งอื่นที่นอกเหนือจากปัสสาวะ จำเป็นต้องทำความสะอาดด้วยการล้าง ๑ ครั้ง ไม่ว่าจะล้างด้วยน้ำที่มีปริมาตรน้อยหรือมากก็ตาม

ข้อพึงระวังพิเศษ

๑. ทุกครั้งก่อนที่จะทำความสะอาดด้วยน้ำ จำเป็นต้องขจัดนะยิซ (อัยนุลนะยิซ) ออกก่อน หลังจากนั้นจึงชำระล้างด้วยน้ำตามเงื่อนไขที่กล่าวมาข้างต้น อย่างเช่น เสื้อผ้าเปื้อนนะยิซหลังจากที่ได้ขจัดหรือล้างนะยิซออกเรียบร้อยแล้ว ให้ทำความสะอาดด้วยน้ำกุร ๑ ครั้ง

.พรม เสื้อผ้า และสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ถ้าน้ำสามารถซึมผ่านได้หากทำความสะอาดด้วยน้ำน้อย หลังจากการล้างทุกครั้งต้องบิดน้ำออกให้แห้ง แต่ถ้าเป็นน้ำกุร หรือน้ำไหล เป็นอิฮฺติยาฏวาญิบ ต้องให้น้ำซึมผ่านเข้าไปอย่างทั่วถึง*

*อายะตุลลอฮฺ อะลีคอเมเนอี การทำความสะอาดด้วยน้ำกกุร หรือน้ำไหลไม่จำเป็นต้องบิดน้ำออกแค่ทำให้น้ำออกมาจะด้วยวิธีใดก็ตาม หรือสะบัดก็พอแล้ว 

.เงื่อนไขของน้ำไหล (น้ำไหลจากตาน้ำ) และน้ำบ่อในการทำความสะอาดสิ่งโสโครก (นะยิซ) อยู่ในเงื่อนไขเดียวกันกับน้ำกุร 

วิธีทำความสะอาดพื้นที่เปื้อนนะยิซ

.หากล้างด้วยน้ำกุร ประการแรกจำเป็นจะต้องขจัดและล้างสิ่งโสโครกออกเสียก่อน   หลังจากนั้นจึงล้างด้วยน้ำกุร หรือน้ำไหล ๑ ครั้ง  

.หากล้างด้วยน้ำที่มีปริมาตรน้อยทำได้ ๒ วิธี

.๑ หากเป็นพื้นที่ ๆ น้ำไม่สามารถไหลผ่านและซึมได้ ในกรณีเช่นนี้ ไม่สามารถใช้น้ำน้อยทำความสะอาดได้

.๒หากเป็นพื้น ๆ ที่น้ำสามารถไหลและซึมได้ เฉพาะพื้นที่ ๆ น้ำได้ไหลผ่านเท่านั้นสะอาด ส่วนพื้นที่ ๆ น้ำไปได้รวมกันเป็นนะยิซ

. การทำความสะอาดฝาผนัง  สามารถทำได้เช่นเดียวกันกับ การทำความสะอาดพื้นดังที่ได้กล่าวไปแล้ว

เงื่อนไขต่าง ๆ ของน้ำที่ใช้ทำความสะอาดนะยิซมีดังนี้

.ต้องเป็นน้ำบริสุทธิ์ ดังนั้น น้ำมุดอฟ (น้ำผสม)ไม่สามารถทำความสะอาดนะยิซได้

.น้ำต้องสะอาดตามบัญญัติของศาสน (กล่าวคือจะต้องไม่ใช่น้ำนะยิซ)

.ขณะที่ทำความสะอาดนะยิซอยู่นั้น น้ำที่ใช้จะต้องไม่กลายเป็นน้ำมุดอฟ (น้ำผสม)

.ขณะที่ทำความสะอาดนะยิซอยู่นั้น น้ำต้องไม่เปลี่ยนสี กลิ่น หรือรส ของนะยิซ

.หลังจากทำความสะอาดนะยิซแล้ว นะยิซ (อัยนุลนะยาซะฮฺ) จะต้องสูญหายไป

กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของสิ่งที่ใช้ทำความสะอาดนะยิซ

พื้นดิน

ประการที่ ๒. พื้นดิน   

การทำความสะอาดด้วยดิน หมายความว่าถ้าฝ่าเท้า หรือรองเท้าเปื้อนนะยิซ สามารถทำความสะอาดได้ด้วยการเดินบนดิน หรือเช็ดกับดิน  โดยมีเงื่อนไขว่า นะยิซที่เปื้อนอยู่นั้นต้องหมดไปด้วย แต่เป็นการดีให้เดินไป ๑๕  ก้าว* และดิน ต้องมีเงื่อนไขดังนี้

*อายะตุลลอฮฺ อะลีคอเมเนอี ให้ก้าวเดินประมาณ ๑๐ ก้าวบนพื้นดินแห้ง และสะอาดพื้นรองเท้าที่เปื้อนนะยิซ จะสะอาด

๑. ต้องเป็นดินที่สะอาด

๒. ต้องเป็นดินที่แห้ง

๓. คำว่า  ดิน  ได้หมายรวมถึง อิฐ หิน ดินเผาและสิ่งที่คล้ายกันด้วย

ประการที่ ๓.  แสงแดด   

๑. แสงแดด สามารถทำความสะอาดเฉพาะสิ่งที่เปื้อนนะยิซดังต่อไปนี้

๑.๑ พื้นดิน

๑.๒ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่นอาคาร กำแพง  ประตู หน้าต่าง และรวมถึงสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวอาคารนี้    เช่น ตะปู และไม้ต่างที่มิอาจเคลื่อนย้ายได้

๑.๓ ต้นไม้ และพืชผัก และสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนต้นไม้ เช่น ใบไม้ ผลไม้ ก่อนการตัดออกหรือ ร่วงลงมา

๒. เงื่อนไขที่จำเป็นต้องมี  จึงจะสามารถใช้แสงแดดทำความสะอาดนะยิซได้   กล่าวคือ

๒.๑ สิ่งของทุกชนิดที่เปื้อนนะยิซ ต้องแห้งด้วยแสงอาทิตย์ที่ส่องลงบนมัน กล่าวคือ หากความชื้นยังคงหลงเหลืออยู่หลังจากแสงแดดได้ส่องแล้ว ถือว่าสิ่งนั้นยังนะยิซอยู่

๒.๒ จะต้องไม่มีสิ่งกีดขวาง อันเป็นเหตุทำให้แสงแดดไม่สามารถส่องลงตรงบริเวณที่เปื้อนนะยิซได้ เช่น มีเมฆบัง  มีผ้าม่าน หรือสิ่งอื่น ๆ กีดขวางแสงแดด

๒.๓ สิ่งของที่โสโครก ต้องแห้งด้วยแสงแดดเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ  จะต้องไม่มีสิ่งอื่นมาช่วยทำให้นะยิซนั้นแห้ง เช่น มีลมพัดโชยมาทำให้บริเวณนั้นแห้งเร็วผิดปรกติ หรือไอความร้อนจากเตา และอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกน

๒.๔ นะยิซต้องสลายไปขณะที่แสงแดดส่องลงมา

๒.๕ ด้านนอกกับด้านในของฝาผนังหรือพื้นต้องแห้งพร้อม ๆ กัน เมื่อแสงแดดได้ส่องลงมา เช่น วันนี้ด้านนอกแห้ง แต่วันรุ่งขึ้นด้านในเพิ่งจะแห้ง ฉะนั้น เฉพาะด้านนอกเท่านั้นที่สะอาด

๓.หากพื้นดินและสิ่งอื่น ๆ ที่คล้ายกัน เปื้อนนะยิซ แต่ไม่มีความเปียกชื้นสามารถทำความสะอาดได้ด้วยแสงแดด โดยการราดน้ำลงบนพื้นจนชุ่มจากนั้นรอให้แสงแดดสองจนแห้ง

ประการที่ ๔.  การเข้ารับอิสลาม 

ถ้าผู้ปฏิเสธยอมรับศาสนาอิสลามถือว่าสะอาด ซึ่งมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

๑. ต้องกล่าว ชะฮะดะตัยนฺ  จึงจะถือว่าร่างกายของเขาสะอาด

๒. คำกล่าว ชะฮะดะตัยนฺคือ อัชฮะดุอัลลาอิลาฮะอิลลัลลอฮฺ วะอัชฮะดุอันนะมุฮัมมะดัรเราะซูลุลลอฮฺ  

๓.หาก กาฟิร กล่าวชะฮะดะตัยนฺ โดยไม่รู้ว่าจิตใจของเขายอมรับอิสลามจริงหรือไม่ ถือว่าร่างกายของเขาสะอาด  แต่ถ้ารู้แน่ชัดภายหลังว่าจิตใจของเขาไม่ได้ยอมรับ  อิฮฺติยาฏวาญิบ ให้ออกห่างจากเขา

๔.การรับอิสลามของคนการฟิร ถือเป็นการทำความสะอาดให้พ้นจากสภาพนะยิซมาแต่กำเนิด ส่วนร่างกายหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่ถ้าเปื้อนนะยิสจากข้างนอก เช่น มีบาดแผลและเลือดได้ไหลออก นะยิสนั้นไม่สามารถใช้อิสลามทำความสะอาดได้ 

๕. เสื้อผ้าที่สวมใส่ได้เปียกชื้นเหงื่อของการฟิรก่อนที่จะรับอิสลาม ไม่สามารถใช้อิสลามทำความสะอาดได้ ทว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะยอมรับอิสลามและได้เปียกเหงื่อหรือความชื้นของร่างกาย  อิฮฺติยาฏวาญิบให้หลีกเลี่ยง

ประการที่ ๕.  การตาม  

การตาม หมายถึงสิ่งที่นะยิซได้สะอาดเพระความสะอาดของสิ่งอื่น เช่น

๑.ถ้าผู้ปฏิเสธยอมรับอิสลาม บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามศาสนบัญญัติ ย่อมสะอาดตามไปด้วย  แต่มีเงื่อนไขว่าเขาต้องไม่แสดงความเป็นกาฟิรขณะที่เขารู้จักการจำแนก

๒.ถ้าหากสุราถูกแปรสภาพกลับเป็นน้ำส้ม ภาชนะที่ใส่สุราอยู่นั้นจะสะอาดตามไปด้วย แม้แต่บริเวณที่นะยิซขณะที่สุราได้เดือด หรือด้านหลังที่เปื้อนนะยิซ

๓.อุปกรณ์เครื่องใช้ที่ใช้ในการอาบน้ำมัยยิต ถ้าอาบน้ำมัยยิต ครบ ๓ น้ำแล้ว ถือว่าสิ่งเหล่านั้นตลอดจนมือของผู้อาบน้ำ สะอาดตามไปด้วย  

๔. ผู้ที่ทำความสะอาดสิ่งนะยิซ ถ้าได้ราดน้ำไปบนของสิ่งนั้นและมือพร้อมกัน ถือว่ามือของเขาสะอาดตามไปด้วย                                                                                

ประการที่ ๖ . การสลายตัวของนะยิซ 

มี ๒ กรณีถ้านะยิซได้สลายตัวไป สิ่งที่นะยิซจะสะอาดและไม่จำเป็นต้องใช้น้ำล้างอีกได้แก่

๑.ร่างกายของสัตว์ เช่น ปากนกที่ได้กินนะยิซเข้าไป เมือนะยิซหมดไปปากนกก็จะสะอาด

๒.ภายในร่างกายของมนุษย์ เช่น ข้างในจมูก ปาก และหูเป็นต้น ฉะนั้น ถ้าเลือดออกตามไรฟัน หรือบุคคลหนึ่งได้กินอาหารที่เปื้อนนะยิซขณะที่เคี้ยวอยู่ในปากเลือดและนะยิซนั้นได้แปรสภาพหายไป หรือเหลือน้อยขนาดที่ว่าผสมกับน้ำลายในปากแล้วได้เปลี่นสภาพไป ถือว่าสะอาด

ประการที่ ๗.    การแปรสภาพ 

๑. การแปรสภาพ หมายถึง การเปลี่ยนรูปลักษณ์จากสภาพที่เป็นนะยิซกลายเป็นอีกรูปลักษณ์หนึ่งในสภาพที่สะอาด โดยมีความแตกต่างกันเห็นได้อย่างชัดถือว่าสะอาด เช่น  ซากสัตว์ได้กลายสภาพเป็นดิน เมล็ดที่เปื้อนนะยิซงอกกลายเป็นต้นอ่อน  ไม้ที่เปื้อนนะยิซเผากลายเป็นถ่าน  สุราถูกแปรสภาพกลับเป็นน้ำส้ม สิ่งที่เป็นนะยิซถูกเผากลายเป็นควัน  ของเหลวที่เป็นนะยิซระเหยกลายเป็นไอน้ำ และอื่น ๆที่คล้ายกัน 

๒. ถ้าสิ่งที่นะยิซไม่ได้กลายสภาพ เพียงแค่เปลี่ยนรูปทรงอย่างเดียว ไม่ถือว่าสะอาด เช่นเมล็ดข้าวสาลีที่เปื้อนนะยิซได้นำมาโม่เป็นแป้ง หรือองุ่นที่เปื้อนนะยิซได้นำมาทำเป็นโรตี

๓. สิ่งที่นะยิซ แต่ไม่รู้ว่าได้กลายสภาพไปแล้วหรือยัง เป็นนะยิซ

ประการที่ ๘.    การย้าย

๑. การย้าย หมายถึงบางส่วนจากร่างกายของสัตว์ที่มีเลือดไหลพุ่ง ย้ายไปอยู่ในร่างกายของสัตว์ที่ไม่มีเลือดไหลพุ่ง ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว ถือว่าสะอาด ทำนองเดียวกันถ้าย้ายไปอยู่ในร่างกายของสัตว์ที่ไม่ได้เป็นนะยิซแต่กำเนิด (นะยะซุลอัยนฺ) และถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว เช่น

หรือเลือดของคนย้ายไปอยู่ในยุง ริ้น หรือแมลงที่กินเลือด

อวัยวะบางส่วนของสัตว์ (เช่นดวงตา) ได้ย้ายไปอยู่ในร่างกายมนุษย์

เนื้อส่วนหนึ่งของร่างกายได้ถูกตัดไปเสริมอีกส่วนหนึ่ง

๒. ถ้ายุงได้เกาะอยู่บนตัว และได้ตบยุงตายพร้อมกับมีเลือดออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าเป็นเลือดของตนที่ยุงกินเข้าไป หรือเป็นเลือดของยุง ถือว่าสะอาด แต่ถ้าไม่รู้ว่าเลือดที่เห็นเป็นเลือดของยุงหรือว่าเลือดของตน เป็นนะยิซ

๓. ถ้ารู้ว่าเป็นเลือดของยุง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเลือดที่กินไปจากตน หรือว่ามีอยู่ก่อนแล้วถือว่าสะอาด หรือรู้ว่ากินไปจากตนแต่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุงไปแล้ว แต่ถ้าสงสัยว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุงแล้วหรือยัง เป็นนะยิซ

ประการที่ ๙.    การหายตัวไปของมุสลิม*

*อายะตุลลอฮฺ อะลีคอเมเนอี ถ้ามั่นใจว่าร่างกายเสื้อผ้า หรือของใช้อย่างใดอย่างหนึ่งของมุสลิมนะยิซ และระยะเวลาหนึ่งไม่เห็นเขา มาพบเขาอีกทีหนึ่งเขาได้ใช้สิ่งของที่เคยเปื้อนนะยิซ เช่น นะมาซกับเสื้อตัวนั้น ดังนั้น ของใช้ของเขาจะสะอาดขึ้นอยู่กับว่า เจ้าของรู้เรื่องนะยิซก่อนหน้านั้น และรู้เรื่องอะฮฺกามของสิ่งที่เปื้อนนะยิซ

 ถ้าร่างกาย เสื้อผ้า และของใช้ส่วนตัวประเภทอื่น ๆ เปื้อนนะยิซ  (เช่น ถ้วยจาน พรม เป็นต้น) ต่อมามุสลิมคนนั้นได้หายตัวไป ถ้าคิดว่าเขาได้ทำความสะอาดสิ่งเหล่านั้นเรียบแล้ว ถือว่าสะอาดและไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยง

ประการที่ ๑๐.    การกักขังสัตว์ที่กินนะยิซ (อิสติบรออฺ)

 ๑. การอิสติบรออฺฮัยวาน หมายถึงการกักขังสัตว์ที่กินนะยิซเข้าไป ในระยะเวหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่านะยิซได้กลายสภาพไปแล้ว ช่วงระหว่างการทำอิสติบรออฺนั้นเนื้อของมันฮะรอม ไม่อนุญาตให้รับประทานจนกว่าจะครบระยะเวลาตามกำหนด ฉะนั้น ปัสสาวะ อุจจาระของสัตว์ที่เคยชินกับการกินนะยิซ เป็นนะยิซถึงแม้ว่าจะเป็นสัตว์เนื้อฮะลาลก็ตาม

๒.ถ้าต้องการให้ปัสสาวะ อุจจาระ และสัตว์สะอาดต้องทำอิสติบรออฺ หมายถึงงดเว้นไม่ให้สัตว์กินนะยิซอีกต่อไปในระยะเวลาตามกำหนด และให้อาหารที่สะอาดแก่สัตว์

๓. สำหรับการอิสติบรออฺสัตว์ อิฮฺติยาฏวาญิบต้องปฏิบัติตามกำหนดเวลาดังต่อไปนี้

- ถ้าเป็นอูฐ ต้องกักไว้  ๔๐ วัน

- ถ้าเป็นวัว ต้องกักไว้ ๒๐ วัน

- ถ้าเป็นแพะ แกะ ต้องกักไว้ ๑๐ วัน

- ถ้าเป็นเป็ด และห่าน ต้องกักไว้ ๕ วัน

- ถ้าเป็นไก่บ้าน ต้องกักไว้ ๓ วัน

กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการขับถ่าย

หนึ่งในปัญหาเรื่องการขับถ่ายคือการทำความสะอาดช่องทวารหนักและเบา ด้วยเหตุนี้จึงเห็นว่า เรื่องการขับถ่ายทั้งหมดถูกนำมาวางไว้ในตอนท้ายของเรื่องการทำความสะอาด

วาญิบ ขณะที่ขับถ่ายต้องปกปิดอวัยวะให้มิดชิดจากสายตาของบุคคลอื่น แม้จะเป็นเด็กที่สามารถแยกแยะสิ่งต่าง ๆ  ได้ หรือคนวิกลจริตก็ตาม    

ฮะรอม ขณะที่ขับถ่ายถ้าหันหน้าหรือหันหลังตรงกับกิบละฮฺ

มุซตะฮับ สิ่งที่ดีควรปฏิบัติในขณะขับถ่ายได้แก่

๑. นั่งในสถานที่ ๆ ไม่มีใครเห็นได้

๒. เวลาเข้าห้องน้ำให้ก้าวเท้าซ้ายเข้า

๓. เวลาออกจากห้องน้ำให้ก้าวเท้าขวาออก

๔. ขณะที่นั่งถ่ายควรมีสิ่งปิดศีรษะ

๕. ให้นั่งทิ้งน้ำหนักตัวไปทางเท้าข้างซ้าย

มักรูฮฺ สิ่งที่น่ารังเกียจในขณะขับถ่ายได้แก่

๑. นั่งถ่ายนาน ๆ

๒.นั่งหันหน้าไปทาง ดวงอาทิตย์ หรือดวงจันทร์

๓. นั่งหันโต้ลม

๔. พูดคุย ยกเว้นในกรณีจำเป็น หรือกล่าวซิกรฺ (สรรเสริญ)

๕. ทำความสะอาดด้วยมือขวา

๖. กินหรือดื่มในขณะขับถ่าย

๗. ยืนปัสสาวะ

สถานที่ ฮะรอมสำหรับการขับถ่าย

๑.ตามตรอกซอยที่เป็นทางตัน ซึ่งเจ้าของไม่อนุญาต

๒.สถานที่ส่วนบุคคล ที่เจ้าของไม่อนุญาต

๓.สถานที่ วะกัฟ ไว้ให้เฉพาะบางกลุ่มบุคคล

๔.บนหลุมฝังศพของมุอฺมิน (ผู้ศรัทธา) โดยมีเจตนาลบหลู่ 

สถานที่มักรูฮฺ (น่าเกลียด) สำหรับการขับถ่าย

๑.ตามทางเดิน  ตามถนนหนทาง ตามตรอกซอย ประตูทางเข้าบ้าน

๒.ใต้ต้นไม้ที่ให้ผล

๓.ในแม่น้ำลำคลอง

๔. บนพื้นแข็ง ๆ

๕.ตามรังหรือที่อยู่อาศัยของสัตว์ ๆ   เช่น รังปลวก  รังมดและอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน

อิฮฺติยาฏวาญิบ ขณะขับถ่ายต้องไม่จับเด็กนั่งหันหน้า หรือหันหลังให้ตรงกับกิบละฮฺ แต่ถ้าเด็กนั่งเอง ไม่เป็นที่วาญิบต้องห้ามปรามหรือขัดขวางแต่อย่างใด

การทำความสะอาดช่องทวารเบาและหนัก

๑.ไม่สามารถใช้สิ่งอื่น (ก้อนหิน กรวด ผ้า หรือกระดาษ) ทำความสะอาดช่องทวารเบาได้นอกจากน้ำเท่านั้น

๒. การทำความสะอาดช่องทวารเบา หลังจากขจัดปัสสาวะหมดแล้ว ให้ล้างด้วยน้ำครั้งเดียว ก็พอ*

*อายะตุลลอฮฺอะลีคอเมเนอี ช่องทวารเบา อิฮฺติยาฎให้ล้างด้วยน้ำ ๒ ครั้ง จึงจะสะอาด

๓. การทำความสะอาดาช่องทวารหนัก

- ทำความสะอาดด้วยน้ำ

- ทำความสะอาดด้วยสิ่งอื่นนอกเหนือจากน้ำ (กรณีที่จำเป็น)  ยังเป็นปัญหาที่คลุมเครืออยู่(อิฮฺติยาฏวาญิบถือว่าไม่สะอาด) แต่ในสภาพเช่นนั้น (หลังจากขจัดนะยิซออกไปแล้วและก่อนทำความสะอาดด้วยน้ำ) สามารถนะมาซได้*

*อายะตุลลอ ฮะลีคอเมเนอี การทำความสะอาดช่องทวารหนักสามารถทำได้ ๒ วิธี กล่าวใช้น้ำล้างจนเกลี้ยง หรือใช้ก้อนหิน ๓ ก้อนหรือผ้าที่สะอาดหรือสิ่งที่คล้ายคลึงกันเช็ดนะยิซออกไป แต่ถ้าใช้หิน ๓ ก้อนแล้วยังไม่สะอาด ให้ใช้ก้อนต่อไปได้เช็ดจนกว่าจะสะอาด

นะยิซสามารถทำให้สะอาดได้

ความคิดเห็น

ผู้ชมมากที่สุด


ความคิดเห็นมากที่สุด

สงวนลิขสิทธิ์
www.haditv.com | Powerd by : Dijlah